โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ระดับโลกในประเด็น “สนับสนุน อย่าลงโทษ” สมาชิกเครือข่ายคนทำงานด้านการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด (เครือข่าย12D) ผู้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและผู้ใช้ยาได้เข้าร่วมเดินขบวนเพื่อสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับอันตรายอันเนื่องมาจาก ‘สงครามปราบปรามยาเสพติด’ เราได้รวมตัวกันที่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ถือป้ายเรียกร้องให้มีการปฏิรูปนโยบายด้านยาเสพติด เพื่อยุติการเอาผิดทางอาญากับการใช้ยา ยุติการละเมิดที่มีต่อผู้ใช้ยา และยุติการบังคับบำบัด

เครือข่าย 12D ได้จัดทำจดหมายถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูปนโยบายควบคุมยาเสพติด และพลตำรวจเอกพงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้เป็นตัวแทนนายกฯ เพื่อพบกับตัวแทนของเครือข่าย 12D ในระหว่างการรณรงค์ และได้รับจดหมายอย่างเป็นทางการ ท่านเลขาธิการยังได้กล่าวกับผู้มาชุมชนเรียกร้อง และสัญญาว่าจะประชุมกับตัวแทนผู้มาชุมนุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้าเพื่อพูดคุยในรายละเอียดเกี่ยวกับจดหมายเพิ่มเติม โดยมีข้อเรียกร้อง 5 ข้อต่อรัฐบาล ได้แก่

  1. สนับสนุนและดำเนินการตามนโยบายลดอันตรายที่มีหลักฐานรองรับเพื่อแก้ปัญหาการใช้ยา
  2. สนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาบริการป้องกัน การดูแลสุขภาพ และบริการลดอันตรายสำหรับผู้ใช้ยา
  3. ทบทวนและปฏิรูปกฎหมายและนโยบายเพื่อยุติการเอาผิดทางอาญากับผู้ใช้ยา
  4. สนับสนุนการบำบัดและฟื้นฟูและการรักษาอย่างสมัครใจที่มีหลักฐานรองรับและสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และให้ยุติการคุมขังผู้ใช้ยา และ
  5. เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาคประชาสังคมและเครือข่ายผู้ใช้ยาในไทยมีส่วนร่วมมากขึ้นในกระบวนการกำหนดนโยบาย  

หนึ่งวันก่อนการเดินรณรงค์ ทางอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้จัดเวทีสาธารณะในหัวข้อ “10 ปีของนโยบายการลดอันตรายในประเทศไทย: ส่งเสริมหรือการละเมิดสิทธิ” โดยมีจุดประสงค์เพื่อทบทวนนโยบายปราบปรามยาเสพติดของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ช่วงที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ประกาศสงครามปราบปรามยาเสพติดในประเทศไทย วิทยากรมาจากหน่วยงานของรัฐ ผู้ทำงานด้านสุขภาพและภาคประชาสังคม พวกเขาได้กล่าวถึงความจำเป็นที่จะต้องแก้ปัญหาการตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อผู้ใช้ยา โดยเฉพาะการปฏิบัติของผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และให้นำแนวทางที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วมาใช้ในระบบฟื้นฟูบำบัด นายวีระพันธ์ งามมี จากเครือข่าย 12D ได้ย้ำถึงจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในไทยที่เพิ่มขึ้นมาตลอด ตั้งแต่ปี 2546 จาก 10,000 คนเป็น 1.2 ล้านคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่านโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลใช้ไม่ได้ผล มีการเสนอแนะอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการปรับปรุงนโยบายด้านยาเสพติดของไทย โดยการปฏิรูปกฎหมายยาเสพติด การสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับการใช้ยาและการพึ่งพายา การยุติการบังคับบำบัด และเปิดให้มีทางเลือกอย่างสมัครใจ และการประกันให้มีความสมดุลระหว่างการบังคับใช้กฎหมายและการบริการสุขภาพ ในแง่ของการจัดทำและดำเนินงานตามมาตรการด้านนโยบาย

กิจกรรมเหล่านี้เป็นขั้นตอนต่อไปของการปฏิรูปนโยบายควบคุมยาเสพติดในไทย การเดินรณรงค์ในวันที่ 26 มิถุนายน อาจถือได้ว่าเป็นการรณรงค์ที่ประสบความสำเร็จมากสุดสำหรับเครือข่ายผู้ใช้ยา เพราะได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวกจากภาครัฐซึ่งไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน ขั้นตอนต่อไปของการปรับปรุงนโยบายด้านยาเสพติดในไทยน่าจะเกิดขึ้นในระหว่างการประชุมกับปปส.ตามที่สัญญาไว้ในสัปดาห์หน้า

สมัครสมาชิกแจ้งข่าวIDPC ทุกเดือน เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายยาเสพติด